พื้นที่โฆษณา

Share This Post

Mobile Hack

ซื้อ iPhone 11 รุ่นไหนดี? เลือกรุ่นที่ใช่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเรา

ซื้อ iPhone 11 รุ่นไหนดี? เลือกรุ่นที่ใช่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเรา

ตอนนี้ก็วางขายกันอย่างเป็นทางการแล้ว กับ iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max ทั้ง 3 รุ่นนี้นับว่าเป็น iPhone ที่พัฒนาได้ก้าวกระโดดจากรุ่นก่อนหน้ามากและราคาที่เปิดขายในไทยนั้นถูกลงมากกว่าเดิมจากรุ่นกอนหน้าราว ๆ 4,000 บาทเลยทีเดียว จนทำให้ iPhone ที่เปิดตัวในปีนี้เป็นที่จับตาของใครหลาย ๆ คน แต่ว่ามากันถึง 3 รุ่นขนาดนี้ จะเลือกซื้อ iPhone 11 รุ่นไหนดีล่ะ

สิ่งที่ทั้ง 3 รุ่นนี้มีเหมือนกัน

ถึงแม้ว่าราคาจะต่างกันถึง 11,000 บาท แต่หลายจุดของทั้ง 3 รุ่นนี้นั้นเหมือนกัน เริ่มจากชิปเซ็ต A13 Bionic, Ram 4 GB, กล้องหลังอัลตร้าไวด์กับไวด์, กล้องหน้า, Face ID, ระบบเซลลูลาร์, รองรับ Dolby Atmos, ชาร์จแบบไร้สาย, ความสามารถในการชาร์จไว และเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ถ้าใครเน้นด้านประสิทธิภาพเป็นหลักแล้วละก็ คุณสามารถซื้อรุ่นไหนก็ได้ตามกำลังทรัพย์เลย

สิ่งที่ทั้ง 3 รุ่นนี้แตกต่างกัน

หน้าจอ

อย่างแรกที่สังเกตได้ชัดเลยคือขนาดของหน้าจอและประเภทของหน้าจอ iPhone 11 มาพร้อมกับจอ Liquid Retina HD ที่เรียกแบบง่าย ๆ ก็คือจอ IPS LCD นั่นเอง ขนาดอยู่ที่ 6.1 นิ้ว ความละเอียด 1792 x 828 พิกเซล ส่วน iPhone 11 Pro นั้นมาพร้อมกับหน้าจอ Super Retina XDR หรือจอ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว รองรับ HDR ความละเอียด 2436 x 1125 พิกเซล และ iPhone 11 Pro Max นั้นจะใช้หน้าจอแบบเดียวกับ iPhone 11 Pro แตกต่างกันที่ขนาดของจอ คือมีขนาดอยู่ที่ 6.5 นิ้ว และความละเอียดที่มากกว่าเล็กน้อยที่ 2688 x 1242 พิกเซล

  • ถ้าเรียงตามความสวยงามและความสว่างสูงสุดของจอ iPhone 11 < iPhone 11 Pro = iPhone 11 Pro Max
  • ถ้าเรียงตามความละเอียดของจอ iPhone 11 < iPhone 11 Pro < iPhone 11 Pro Max
  • ถ้าเรียงตามขนาดหน้าจอ iPhone 11 Pro < iPhone 11 < iPhone 11 Pro Max

น้ำหนัก

เรื่องน้ำหนักใครว่าไม่สำคัญ เพราะว่าปีนี้ iPhone 11 Series หนักเอาเรื่องมาก ใครมีปัญหาเรื่องสุขภาพควรพิจารณาครับ ถ้าเรียงจากน้อยไปมากคือ

iPhone 11 Pro (188 กรัม) < iPhone 11 (194 กรัม) < iPhone 11 Pro Max (226 กรัม)

การกันน้ำกันฝุ่น

ทั้งสามรุ่นได้มาตรฐานเดียวกันคือ ระดับ IP68 แต่ iPhone 11 จะกันน้ำได้ลึก 2 เมตร ส่วน iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max จะกันน้ำได้ลึกถึง 4 เมตร ที่ระยะเวลา 30 นาทีเท่ากันทั้งสามรุ่น

กล้อง

นับว่าเป็นหนึ่งใน Highlight สำคัญของ iPhone ในปีนี้เลยก็ว่าได้ สิ่งที่ทั้งสามรุ่นนี้มีเหมือนกันคือเลนส์อัลตร้าไวด์และไวด์ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, โหมดถ่ายภาพกลางคืน, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล, แฟลช True Tone, โหมดภาพถ่ายบุคคล และ Smart HDR

แต่ความแตกต่างก็คือ iPhone 11 จะมีกล้องอยู่ 2 ตัวเท่านั้น ส่วน iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max จะมีกล้องตัวที่ 3 เพิ่มขึ้นมา นั่นก็คือกล้องเทเลโฟโต้ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พูดง่าย ๆ ก็คือถ่ายภาพได้เหมือน ๆ กัน แต่รุ่น Pro จะมีความสามารถในด้านการซูมที่ดีกว่า

การชาร์จและแบตเตอรี่

ทั้งสามรุ่นรองรับการชาร์จไร้สายและมีความสามารถในการชาร์จไวเช่นเดียวกัน แต่จุดที่ต่างกันคือ iPhone 11 จะไม่แถมอแดปเตอร์ชาร์จไวมาให้ในกล่อง ต้องซื้อแยกต่างหาก ส่วน iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max จะมีมาให้พร้อมเลย ไม่ต้องซื้อเพิ่ม สำหรับเรื่องความจุแบต Apple ไม่ได้บอกมาตรง ๆ แต่ถ้าเรียงตามความอึด iPhone 11 จะอึดน้อยสุด แบตใช้ได้นานกว่า iPhone XR แค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ตามมาด้วย iPhone 11 Pro ที่อึดขึ้นมาอีกหน่อย ใช้งานได้นานกว่า iPhone XS 4 ชั่วโมง และรุ่นที่แบตอึดที่สุดคือ iPhone 11 Pro Max ใช้งานได้นานกว่า iPhone XS Max ถึง 5 ชั่วโมง

ความจุ

iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max จะมีความจุให้เลือกสามแบบคือ 64 GB, 256 GB และ 512 GB ส่วน iPhone 11 จะมีความจุให้เลือกสามแบบเช่นกัน คือ 64 GB, 128 GB และ 256 GB

สีและวัสดุ

iPhone 11 จะมาพร้อมดีไซน์แบบกระจกและอะลูมิเนียม มีให้เลือกถึง 6 สีสัน คือ ม่วง เขียว เหลือง ดำ ขาว และแดง Product Red

ส่วน iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max มาพร้อมดีไซน์แบบกระจกผิวด้านและสแตนเลสสตีล มาพร้อม 4 สีคือ เทาสเปซเกรย์ เงิน ทอง และสีใหม่คือเขียวมิดไนท์กรีน

มาถึงจุดนี้แล้ว ซื้อ iPhone 11 รุ่นไหนดี?

ต้องบอกว่าปีนี้ iPhone มีราคาถูกกว่าปีก่อนถึง 4,000 บาทเลยทีเดียวสำหรับรุ่นเริ่มต้น และอัปเกรดสเปคได้น่าสนใจกว่ารุ่นก่อน ๆ มาก แต่ด้วยความที่หลากหลายรุ่น หลากหลายราคานั้นก็คงคิดหนักกันสักหน่อย

ถ้าคุณเคยใช้ iPhone ที่เก่ากว่า iPhone 8 และ iPhone 8 Plus รวมไปถึงสมาร์ทโฟน Android ที่อยู่ในระดับ Mid-range ลงไปและอยากลองใช้ iPhone เป็นครั้งแรก iPhone 11 ก็เพียงพอต่อการใช้งานและสร้างความประทับใจให้คุณได้แบบสบาย ๆ

ถ้าคุณเคยใช้ iPhone X, iPhone XS และ iPhone XS Max รวมไปถึงสมาร์ทโฟน Android ที่อยู่ในระดับ Flagship และอยากเปลี่ยนมาใช้ iPhone คุณต้องซื้อ iPhone 11 Pro หรือ iPhone 11 Pro Max ไปเลย เพราะ Android Flagship ยุคนี้เป็นจอ OLED หมดแล้ว และแน่นอนว่าจอสวยกว่า LCD ถ้าคุณเปลี่ยนไปเป็น iPhone 11 คุณจะไม่ประทับใจเรื่องจอแน่นอน

ถ้าคุณใช้ iPhone XR อยู่และอยากซื้อ iPhone 11 ขอแนะนำว่าพักก่อน แต่ถ้าคุณจะซื้อ iPhone 11 Pro หรือ iPhone 11 Pro Max อันนี้โอเค

ถ้าคุณจะซื้อ iPhone เพราะว่ามันคือ iPhone และใช้งานทั่ว ๆ ไป iPhone 11 ก็ตอบโจทย์แล้ว แถมสีสันของตัวเครื่องสวยงามมาก ๆ ด้วย

 

และถ้าคุณเป็นคนไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน ซื้อ iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max ไปเลย หรือจะซื้อทุกรุ่นให้ครบทุกสีเลยก็ย่อมได้ สลับใช้เครื่องละวันไปเลย

และแน่นอน ถ้าคุณซื้อ iPhone 11 ผ่านทรู คุณจะได้ส่วนลดที่คุ้มค่าเมื่อซื้อแบบติดโปร พร้อมสิทธิ์ดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบครบทุกคู่ฟรีๆ ทั้งซีซั่นไปเลย

ซื้อ iPhone 11 ผ่านทรู เริ่มต้น 15,000 บาท

ซื้อ iPhone 11 Pro ผ่านทรู เริ่มต้น 26,200 บาท

ซื้อ iPhone 11 Pro Max ผ่านทรู เริ่มต้น 30,200 บาท

Share This Post

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>