พื้นที่โฆษณา

Share This Post

Mobile Hack

พรีวิว Samsung Galaxy Note 10+ ซีรีส์โน้ตที่สมบูรณ์แบบกว่าเดิม เพิ่มเติมคือปากกาเจ๋งขึ้น

พรีวิว Samsung Galaxy Note 10+ ซีรีส์โน้ตที่สมบูรณ์แบบกว่าเดิม เพิ่มเติมคือปากกาเจ๋งขึ้น

ก่อนจะเริ่มที่มือถือ มาดูอุปกรณ์ภายในกล่องกันก่อน โดยในกล่องนอกจากตัวเครื่องแล้ว จะมีหูฟัง AKG รุ่น USB-C สายชาร์จ C to C และอแดปเตอร์ชาร์จไฟแบบชาร์จเร็ว 25W มาให้

สำหรับเครื่องที่เรานำมาพรีวิวจะเป็นสี Aura Glow ซึ่งเป็นสีที่มีความโดดเด่นมาก ตัวฝาหลังเหมือนกระจกเงา แต่สะท้อนแสงสีรุ้งออกมา ถ้าไปอยู่กลางแดดจะยิ่งสวยกว่านี้อีก

จุดเด่นแรกของ Samsung Galaxy Note 10+ คือหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.8 นิ้วที่ขอบบางเฉียบ เต็มพื้นที่ด้านหน้า และการวางตำแหน่งกล้องหน้าแบบเจาะรูที่ตอนแรกผมก็มองว่ามันตลก แต่ในการใช้จริงพบว่ามันรบกวนสายตาน้อยมากๆ มากกว่ารูปแบบติ่งหน้าจอปกติเสียอีก ตัวหน้าจอให้สีสันที่สวยงาม โดย DisplayMate ยกให้เป็นสมาร์ทโฟนที่หน้าจอดีที่สุดในโลก ณ ขณะนี้

เวลาดูหนังบอกเลยว่าเต็มจอสะใจมาก

สำหรับปุ่มควบคุมเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นปุ่ม Power, ปุ่มเพิ่มลดเสียง ถูกย้ายมาอยู่ด้านซ้ายของตัวเครื่องทั้งหมด ส่วนปุ่ม Bixby ที่เคยสร้างความรำคาญให้หลายคนได้ถูกกำจัดทิ้งออกไปแล้ว และใช้การกดปุ่ม Power ค้างในการเรียกใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะแทน

ปากกา S-Pen เองถูกลดขนาดให้บางลงกว่าเดิม และตัดช่องหูฟังทิ้ง ทำให้ตัวเครื่องบางลงกว่าเดิม

หลายคนตั้งคำถามว่า Samsung ตัดช่องหูฟังทิ้งทำไม? มันสะดวกนะ ทาง Samsung ได้ให้เหตุผลในการตัดทิ้งมา 3 ข้อด้วยกัน

  1. ทำให้เครื่องบางลง
  2. ทำให้เพิ่มแบตได้อีก 100 mAh
  3. ทำให้ระบบสั่น (Haptic feedback) ดีขึ้น

สำหรับปากกา S-Pen ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้ามา คือสามารถโบกสะบัดเพื่อสั่งงานเครื่องโดยไม่จำเป็นต้องสัมผัสหน้าจอได้

ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์ตอนไหน? ผมจะยกตัวอย่างคร่าวๆ ละกัน

  • เวลาต้องการถ่ายภาพโดยตั้งมือถือไว้บนขาตั้ง
  • เวลาใช้ปากกาจดงานบนหน้าจอ และต้องการความเร็วในการสั่งงาน
  • เวลาใช้มือถือไลฟ์และต้องการสั่งงานเครื่องโดยไม่อยากลุกไปกดที่หน้าจอ
  • เวลานั่งรถประจำทางแล้วใช้ปากกาในการเปลี่ยนเพลง เพิ่มลดเสียง โดยไม่ต้องเอามือถือออกจากกระเป๋า

อีกหนึ่งความสามารถที่มีประโยชน์มากๆ คือสามารถแปลงลายมือที่เราจดด้วย S-Pen เป็นตัวหนังสือให้เราพร้อมใช้งานเลย การใช้งานจริงแม่นยำทีเดียว แถมรองรับภาษาไทยด้วย

สำหรับกล้องหลังมีทั้งหมด 4 ตัว ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก 12 MP, f/1.5-2.4, 27mm Dual OIS
  • กล้องซูม 2 เท่า 12 MP, f/2.1, 52mm Dual OIS
  • กล้อง Ultra-wide 16 MP, f/2.2, 12mm

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 10 MP, f/2.2 พร้อมระบบ Auto focus

โหมด Live focus ใช้กับวิดีโอได้แล้วด้วย โดยเพิ่มความสามารถนอกจากจะเบลอหลังแล้ว ยังทำเป็นรูปแบบอื่นๆ ได้อีก เช่น ถ่ายให้ตัวคนเป็นสี และพื้นหลังขาวดำ เป็นต้น แถมใช้กับกล้องหน้าได้อีกด้วย

โหมด AR Doodle ที่ให้เราแต่งเสริมเติมแต่งรูปภาพและวิดีโอได้ตามต้องการ เป็นฟีเจอร์ที่สนุกมาก

หน่วยความจำเครื่องก็ยกระดับมาใช้ชนิด UFS3.0 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ให้ความเร็วในการอ่านและเขียนไฟล์สูงกว่าเดิมมากๆ ซึ่งเทคโนโลยีนี้มีใช้ในสมาร์ทโฟนเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้น

สุดท้ายคือแบตเตอรี่ที่รอบนี้ให้มาถึง 4,300 mAh ถ้าเทียบกับรุ่นท็อปด้วยกันก็เรียกว่าเยอะเป็นอันดับต้นๆ เลย แถมรองรับชาร์จเร็วสูงสุดถึง 45W ถึงในกล่องจะแถมมาแค่ 25W แต่ก็ยังถือว่าชาร์จเร็วอยู่ สำหรับการชาร์จไร้สายก็ปรับมาเป็น 20W เช่นกัน

อันนี้เป็นแค่การเรียกน้ำย่อยเท่านั้น ใครสนใจจองกับ True ไปดูโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่นี่เลย มีทั้งเติมเงินและรายเดือน

จอง Samsung Galaxy Note 10 | 10+ กับทรู คุ้มกว่า ดีกว่ายังไง

 

Share This Post