พื้นที่โฆษณา

Share This Post

Mobile Hack

รู้ลึกเรื่องโปรมือถือ แพ็กเกจหลัก แพ็กเกจเสริม ต่างกันอย่างไร? แล้วเราจะเลือกใช้อย่างไรดี?

โปรโมชั่น รายเดือน ทรู

จั่วหัวมาแบบนี้ หลายคนอาจคิดว่า เรื่องโปรโมชั่น แพ็กเกจมือถือ จะมีอะไรยุ่งยาก แค่เปิดซิม ก็มีแพ็กเกจให้ใช้อยู่แล้วนี่ แล้วทำไมต้องสมัครแพ็กเกจอีกล่ะ วันนี้เรามารู้จักกับ แพ็กเกจหลัก แพ็กเกจเสริม ของซิมมือถือ ว่าคืออะไร ทำไมเราต้องสมัครแพ็กเกจด้วยล่ะ

แพ็กเกจหลัก คืออะไร?

ย้อนกลับไปสมัยก่อน (ก่อนที่เราจะใช้เน็ตกันหนักหน่วงแบบตอนนี้) เราจะพบกับโปรโมชั่นซิมมือถือที่เน้นการ “โทร” ซะเป็นส่วนใหญ่ เช่น จ่ายเดือนละ 700 โทรได้ 2500 นาที อะไรแบบนี้ . . . แต่ในโปรหลักสมัยก่อนนั้นจะมีสิ่งนึงที่แถมด้วย คือ ส่ง SMS ฟรีได้ 60 ครั้ง MMS ฟรี 15 ครั้ง เป็นต้น

โดยที่หากเราโทรเกิน หรือ ส่ง SMS/MMS เกิน จากโควต้าฟรีข้างต้น ก็จะต้องเสียค่าบริการเพิ่มตามอัตราที่กำหนด เช่น ค่าโทรนาทีละ 3 บาท SMS ข้อความละ 2 บาท MMS ข้อความละ 3 บาท เป็นต้น

พอเรามีการจ่ายเงินให้กับส่วนเกิน ก็เลยทำให้บิลเรานั้นไม่ปกติ เหมือนกับเดือนอื่นๆ เพราะนั่นคือเราใช้เกินจากอัตรา “เหมาจ่าย” (ถ้าใช้เกิน ก็จ่ายส่วนเกินเพิ่มเติมกันไป)

แพ็กเกจหลัก ทรู

แบบนี้แหละครับเรียกว่า แพ็กเกจหลัก โดยแพ็กเกจหลักนั้นสามารถใช้ได้ทั้งซิมเติมเงิน และ ซิมรายเดือน แต่จะแตกต่างกันอยู่บ้างในบางรายละเอียดครับ โดยมีระยะเวลา 30 วัน ตามรอบบิลหรือรอบเติมเงินใช้งาน (แต่จะไม่ใช่ตามวันปฏิทิน) จะต้องดูในใบแจ้งค่าบริการหรือดูจากข้อความ SMS ที่ส่งมาให้ตอนเติมเงิน ซึ่งแต่ละคน จะไม่เหมือนกันเลย

ยกตัวอย่างเช่น แพ็กเกจหลักอันนี้

แพ็กเกจหลัก True 299

จ่าย 299 บาทต่อเดือน โทรได้ 100 นาที / เล่นเน็ตได้ 1GB / ใช้ Wi-Fi ได้ไม่อั้น

แต่มีเขียนรายละเอียดเพิ่มไว้ว่า ถ้าโทรเกิน จ่ายเพิ่ม นาทีละ 1.50 นะ ส่วนเน็ต ถ้าเล่นเน็ตเกิน ความเร็วลดเหลือ 128Kbps นะ อะไรแบบนี้เป็นต้นครับ

พูดง่ายๆ ก็คือ ใน 1 รอบบิล เหมาจ่าย 299 บาท โทรได้ 100 นาที เล่นเน็ตได้ 1GB และ ใช้ Wi-Fi ได้ไม่อั้น นั่นเองครับ และนี่คือเหตุผลของ FUP หรือ Fair Use Policy ครับ คือถ้าใช้เน็ตครบตามปริมาณที่กำหนด จะลดความเร็วลง แต่ข้อดีก็คือ เราไม่ต้องเสียเงินค่าเน็ตเพิ่ม แค่เน็ตช้าลง แต่ถ้าอยากได้เน็ตความเร็วเพิ่มขึ้น ก็ซื้อแพ็กเกจเสริมเพิ่ม นั่นเอง

แล้วระยะเวลาที่ใช้งานได้ ?

ก็คือ 30 วัน ตามรอบบิลครับ ถ้าเป็นซิมแบบรายเดือนก็คือวันตัดรอบบิล (ดูได้จากบิล หรือบริการ TrueiService) โดยจะสามารถใช้โทร ใช้เน็ต ใช้ไวไฟ ได้ตามโปร จนถึงวันตัดรอบบิลในเวลา 23.59น. นั่นหมายถึง หากรอบบิลใหม่เริ่มขึ้น โควต้าการใช้งานก็จะนับ 1 ใหม่นั่นเอง ส่วนซิมเติมเงิน จะนับตามวันที่เราเติมเงิน โดยระบบจะแจ้งผ่านระบบ SMS บอกเราตอนที่เปิดซิมครับ

แพ็กเกจเสริม คืออะไร ?

แพ็กเกจเสริม เมื่อเราสมัครไปแล้ว มันก็จะไป เสริม การใช้งานในแพ็กเกจหลัก (เช่น ถ้าสมัครแล้ว ระบบจะใช้เน็ตจากแพ็กเกจเสริมก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าแพ็กเกจเสริมหมด ถึงจะไปใช้แพ็กเกจหลัก)

เวลาจะซื้อ ให้ตรวจสอบก่อนว่า เป็นแบบเติมเงิน หรือรายเดือน และสมัครายครั้ง หรือต่ออายุอัตโนมัติ

แพ็กเกจเสริม ทรูมูฟ เอช

สมัยก่อน มีแพ็กเกจเสริมแบบว่า คือถ้าโทรเยอะ ก็มีโปรเหมาจ่าย ที่ให้จำนวนนาทีโทรที่มากกว่า และเทียบนาทีแล้วจ่ายถูกกว่าการจ่ายส่วนต่างเพิ่มจากแพ็กเกจหลัก แต่สมัยนี้เราใช้เน็ต พอเน็ตแพ็กเกจหลักหมด เราอยากได้ความเร็วเพิ่ม ก็ซื้อแพ็กเกจเสริม เพื่อให้ความเร็วสูงขึ้น โดยมี จำนวนวัน 24 ชั่วโมง 48 ชั่วโมง 3 วัน 7 วัน 15 วัน และ 30 วัน หรือพวกซิมเทพ ก็ 90 วัน 180 วัน และ 365 วัน พอใช้ครบตามเวลาแพ็กเกจ แม้จะใช้เน็ตไม่หมด ก็ไม่สามารถทบเน็ตไว้ได้ เน็ตหมดตามเวลาแพ็กเกจเลย

ทีนี้ จะมีแบ่งแยกออกเป็น 2 แบบ

เน็ตเต็มสปีด 1 GB แบบรายครั้ง ใช้งาน 30 วัน ( เติมเงิน )

แพ็กเกจเสริม แบบรายครั้ง (สมัครแล้วจบ อยากใช้ต่อ ต้องกดสมัครใหม่) แบบนี้สะดวก คุมค่าใช้จ่ายง่าย ช่วงไหนใช้เยอะค่อยซื้อ

เน็ตเต็มสปีด 5 GB แบบต่ออายุอัตโนมัติ ใช้งาน 30 วัน ( รายเดือน )

ต่ออายุอัตโนมัติ (ก่อนสมัคร แนะนำให้อ่านให้ละเอียดให้รอบคอบ) หมายถึงว่า แพ็กเกจเสริมแบบนี้ เมื่อครบตามเวลาของแพ็กเกจ หากมีเงินในซิม (กรณีซิมเติมเงิน) เพียงพอ ถ้ารายเดือน ไม่มีปัญหา เพราะมีบิลมาเก็บตอนตัดรอบบิล ก็จะตัดเงินสมัครแพ็กเกจรอบใหม่ให้ต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ แต่หากว่าเงินในซิมไม่พอ (แบบเติมเงิน) ระบบหักเงินสมัครแพ็กเกจเสริมไม่ผ่าน ก็จะคิดตามอัตราปกติของแพ็กเกจหลัก ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เงินในซิมเติมเงินหายไป ซึ่งมีหลายคนเลยที่ไม่เข้าใจตรงนี้ แล้วคิดว่าระบบหักเงิน

ซึ่งแพ็กเกจแบบนี้ หากเรามีเงินในซิม (แบบเติมเงิน) เติมเลี้ยงไว้ตลอด วันก็จะมีใช้ตลอด และมีเงินตัดสมัครแพ็กเกจตลอด ทำให้เราใช้งานได้อย่างไม่สะดุดเลย คล้ายใช้รายเดือนเลยล่ะครับ

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

ก่อนการสมัครแพ็กเกจใดๆ ทุกครั้ง เราควรอ่านเงื่อนไขก่อนสมัครแพ็กเกจเสริมให้ชัดเจนครับ ควรดูด้วยครับว่าแพ็กเกจเสริมนั้นมีการต่ออายุอัตโนมัติหรือไม่ โดยอ่านเพิ่มใน  ข้อกำหนดและเงื่อนไข ทุกครั้งนะครับก่อนการสมัคร และมีวินัยจดจำวันตัดรอบ วันที่จะต้องเติมเงิน วันตัดเงินสมัครแพ็กเกจใหม่ (อัตโนมัติ) ครับ

จะสมัครแพ็กเกจเสริมได้ที่ไหน ?

หลายช่องทางมากครับ ใกล้ตัวสุดก็คงเป็น เว็บไซต์ topping.truemoveh.com หรืออาจจะสมัครเองผ่านแอป TrueiService หรือแอป TrueMoney Wallet หรือเติมเงินแล้วโทรเข้า Call Center ให้ช่วยสมัครให้ หรือไม่ก็ไปศูนย์บริการทรูทุกสาขาครับ

แล้วเลือกใช้ยังไงดี ?

ก่อนอื่น อยากให้สังเกตพฤติกรรมการใช้งานของเรา ว่าใช้อะไร เป็นแบบไหนครับ

ใช้งานเป็นประจํา สมํ่าเสมอ ทั้งโทร และ เน็ต เหมาจ่ายไปเลย คุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายกว่า

ผมแนะนําว่าควรใช้แบบ ซิมรายเดือน เพราะมีแพ็กเกจหลักให้ใช้งาน ให้ลองพิจารณาว่า เราโทรกี่นาทีต่อเดือน เอาสัก 3 เดือนโดยเฉลี่ย ใช้เน็ตเท่าไหร บ้านมีไวไฟบ้านไหม ถ้ามีก็ไม่ต้องสมัครเน็ตเยอะ สัก 1GB สมัครแพ็กต่ำๆ ไว้ก่อนได้ ถ้าใช้เยอะค่อยเปลี่ยนแพ็กเกจหลักให้สูงขึ้น

การใช้งาน ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจหลักที่เลือกครับ ฝั่งซ้าย มีนาทีโทรให้ 100 นาที แต่เน็ต 1GB แต่ถ้าฝั่งขวา ไม่มีนาทีโทรให้ จ่ายตามการใช้งานจริง นาทีละ 1.50 บาท แต่ได้เน็ต 3GB ถ้าโทรไม่เยอะ เลือกฝั่งซ้าย แต่หากใช้ไม่พอก็สามารถซื้อแพ็คเกจเสริมได้ (คุ้มกว่า)

ใช้งานบ้างเป็นครั้งคราว ทั้งโทร และ เน็ต หรืออยากยืดหยุ่น

ผมแนะนําว่าควรใช้ ซิมแบบเติมเงิน ครับ เติมเงินเท่าที่ใช้งาน หากใช้งานไม่พอก็สามารถซื้อแพ็คเกจเสริมได้เช่นกัน

ทั้งนี้ เราเลือกได้เองครับ ว่าจะใช้แบบเติมเงิน หรือรายเดือน อาจจะไม่เป็นไปตามที่เราแนะนำก็ได้ อาจจะใช้แบบเติมเงินก่อน แล้วเปลี่ยนเป็นรายเดือนทีหลังก็ได้ เอาแค่ใช้งานหลักๆ ถ้าใช้เพิ่ม ก็ค่อยซื้อแพ็กเกจเสริม ลองดูว่าอะไรที่เหมาะกับเรา

หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อย ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะครับ แล้วเจอกันใหม่ในบทความต่อไปนะครับ

Share This Post