พื้นที่โฆษณา

Share This Post

[ New ] / Hot Hack / Life Hack

บทความวิเคราะห์ Apple Watch จะรุ่งหรือจะร่วง ??

บทความวิเคราะห์ Apple Watch จะรุ่งหรือจะร่วง ??

เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว แอปเปิลได้สร้างความฮือฮาในวงการแฟชั่นและ อุปกรณ์สวมใส่ หรือ Wearable Device เป็นอย่างยิ่ง โดยทิม คุกได้ออกมาประกาศสินค้าตัวใหม่ นั่นก็คือ Apple Watch แล้วทุกคนลุกฮือปรบมือแสดงความยินดี และดีใจกับสินค้าตัวใหม่นี้

apple-ceo-tim-cook-650x365

 

แอปเปิลบอกจุดยืนของ Apple Watch เลยว่าขายดีไซน์ ที่ไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเค้าทำกัน เป็นนาฬิกาที่เรียบหรู ดูดีมีราคา จัดได้ว่าเป็นอุปกรณ์ด้านแฟชั่นเลยก็ว่าได้ เห็นได้จากแอปเปิลพยายามนำ Apple Watch ลงโฆษณาในนิตรสารแฟชั่นดังๆ หลายเล่ม สิ่งที่ดีไซน์ของ Apple Watch ที่ไม่เหมือนใครก็คือเม็ดมะยมด้านข้าง โดยหลักๆ เอาไว้ซูมเข้าซูมออก เพื่อแก้ไขปัญหาใช้นิ้วถางแล้วนิ้วจะได้ไม่บดบังหน้าจอหมด ซึ่งแอปเปิลได้ทำการบ้านมาดีในเรื่องนี้ แต่ก็นะมันเป็นเรื่องรสนิยมของแต่ละคน บางคนก็บอกหน้าปัดกลมสวยกว่าเยอะ อันนี้ไม่ขอออกความเห็นแล้วกัน

 

Screen-Shot-2558-03-11-at-01.14.20-650x292

 

ส่วนฟีเจอร์เด่นๆ ของ Apple Watch ที่แอปเปิลคุยโม้ไว้มี 3 ด้านใหญ่ๆ ที่ไม่เหมือนใคร อย่างแรกก็คือ Timekeeping (หรือพูดง่ายๆ ก็คือดีไซน์ของหน้าปัดนาฬิกามีมากมายแบบแบบให้เลือก) ไม่ว่าจะเป็นเข็ม ตัวเลข เป็นมิกกี้เม้าส์ชี้นิ้ว และเรายังสามารถใส่ วันเดือนปี จับเวลา อุณหถูมิ สภาพอากาศ ตารางนัดได้ ลงไปเพิ่มบนหน้าปัดได้ ซึ่งในอนาคตก็เดาว่าน่าจะมี Extensions ให้นักพัฒนาได้ออกแบบหน้าปัดนาฬิกาขายบน App Store แน่ๆ

 

 

Screen-Shot-2558-03-11-at-01.19.37-447x488

Screen-Shot-2558-03-11-at-01.22.55-400x488

 

ต่อมาอย่างที่สองนั่นก็คือด้าน Communication คือสามารถติดต่อสื่อสารกับคนรอบข้างได้ดีกว่า มุ้งมิ้งกว่า นั่นก็คือสามารถส่ง 3D Emoji, Sketch, tap, หรือว่าส่ง Heart beat ไปหาสาวๆที่ใช้ Apple Watch ใกล้ๆ ให้รู้ว่าหัวใจเรากำลังเต้นแรงเมื่อได้เจอคุณ ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าอื่นไม่มี นอกจากนี้ Apple Watch ยังสามารถส่งอีเมล์ ส่งข้อความเสียงหรือตัวอักษร หรือ Share Location ไปหาเพื่อนทาง iMessage ได้อีกด้วย

Screen Shot 2558-03-11 at 9.52.59 PM

 

Screen Shot 2558-03-11 at 9.53.12 PM

 

อย่างสุดท้ายก็คือ ความสามารถทางด้าน Fitness แน่นอนว่าอุปกรณ์สวมใส่แทบจะทุกรุ่นทุกยี่ห้อจะต้องมีฟีเจอร์ด้านสุขภาพ ซึ่งในตลาดด้านตอนนี้ส่วนมากจะแข่งกันในด้านเซนเซอร์ ตัวอย่างเช่น ของ Jawbone UP3 มีเซนเซอร์วัดอุณหภูมิร่างกาย การหายใจ และก็วัดไฟฟ้าที่ผิวของคนเรา เพื่อไปวิเคราะห์ความเครียดได้ หรือว่าจะเป็นของ Violet ซึ่งสามารถวัดความเข้มของแสงแดดและวัด Vitamin D ที่ได้รับได้ด้วย โดยเซ็นเซอร์ที่ Apple Watch มีก็คือ Heart rate, Accelerometor, Gyroscope แค่นั้น เมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้วถือว่าน้อยมาก สู้ในด้านนี้ไม่ได้เลย อย่างไรก็ตามแอปเปิลคงไม่ได้ต้องการให้ Apple Watch เป็น Fitness Tracker แบบเฉพาะด้านขนาดนั้น จะเน้นไปทางด้าน Communication และใช้เป็นจอที่ 2 ของ iPhone ซะมากกว่า

Screen Shot 2558-03-11 at 9.54.31 PM

 

นอกจาก 3 ข้อนี้ ก็ยังมีฟีเจอร์ที่แอปเปิลใส่เข้ามาอีกนั่นก็คือ Apple Pay มันคือระบบการจ่ายตังค์ผ่าน NFC เพียงแค่กรอกรายละเอียดของบัตรลงไป เวลาจะซื้อของก็แค่เอานาฬิกาไปแตะ เสร็จ ชีวิตง๊ายง่ายยย แต่ใน iPhone 6 ก่อนที่จะซื้อเราต้องใช้ลายนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวตนก่อน แต่ Apple Watch ไม่ต้องเพราะมีเซ็นเซอร์คอยตรวจจับว่าชีพจรและผิดหนังตรงข้อมือนี้เป็นของเจ้าของเครื่องหรือเปล่า และถ้าสมมตินาฬิกาถูกขโมยหรือถอดออก มันจะบังคับให้ใส่ Passcode แทน และเมื่อไม่นานมานี้มีข่าวเรื่องความปลอดภัยของ Apple Pay เนื่องจากอัตราการฉ้อโกงพุ่งสูงขึ้น เพราะมันกรอกข้อมูลบัตรเครดิตลงไปในบัญชีใน Apple Pay มันง่ายเกินไป ซึ่งคนไทยอย่างเราไม่ต้องกังวล ตกใจไปเพราะประเทศไทยก็ยังใช้ Apple Pay ไม่ได้อยู่ดี แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะได้ใช้เมื่อไหร่

Screen-Shot-2558-03-11-at-01.32.34-525x488

 

ส่วนสเปคอื่นๆ ก็มีไมค์+ลำโพง, Wi-Fi a/b/g/n, มีเซ็นเซอร์ Ambient light sensor เวลาเอามือบังหน้าจอมันจะเข้า Sleep mode ทันที, กันน้ำได้ตามมาตรฐาน IPx7 (โดนฝนได้ ล้างมือได้ แต่ไม่ควรใส่อาบน้ำ หรือลงไปว่ายน้ำ) ที่กันน้ำได้นี่ ยกเว้น ที่เป็นสายหนังนะ และที่ได้มีเสียงบ่น ด่า ว่าอย่างร้ายแรงนั่นก็คือเริ่มแบตเตอรี่ เอาไปว่าต้องชาร์ตทุกวัน ใช้ได้ไม่ถึงวันก็หมดล่ะ เราต้องมาชาร์ตนาฬิกา ไปพร้อมๆ กับ iPhone ทุกๆ วันหรอเนี่ย

Screen-Shot-2558-03-11-at-01.37.08-479x488

พอพูดถึงเรื่องเอา Apple Watch มาเป็นจอที่ 2 เนี่ย ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะซื้อ Apple Watch มาทำอะไร ก็หยิบ iPhone ขึ้นมาใช้สิ จะใช้บน Apple Watch ทำไม เพราะมันก็ต้องต่อบลูทูธเข้ากับ iPhone ตลอดเวลา ไม่งั้นมันจะทำไรแทบไม่ได้เลยยยยยย เช่น รับโทรศัพท์ได้ จะคุยกับข้อมือตัวเองหรอ? ก็หยิบ iPhone ขึ้นมาคุยเลยสิ สะดวกกว่ามั้ย? อีกอย่างนึงเวลาไปวิ่งออกกำลังกาย ยังไงก็ต้องพก iPhone ไปวิ่งด้วยตลอด ซึ่งความเป็นจริงไม่มีใครเค้าอยากพกสองอย่างไปวิ่งหรอก อย่างไรก็ดีเราต้องดูกันยาวๆ หลายๆ รุ่น มันเหมือนตอนที่เปิดตัว iPad รุ่นแรกออกมา ทุกคนก็บอกเสียงเดียวกันว่า “จะซื้อ iPad ทำไมอะ iPhone ก็ทำได้เหมือนกันทุกอย่าง” ซึ่งตอนนั้นนึกไม่ออกจริงๆ ว่าซื้อมาทำไม แต่พอผ่านไปซัก 3-4 รุ่น ก็พอเห็นภาพแล้วว่า iPad มันสามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่าง ที่ iPhone ทำไม่ได้

 

Untitled-2-724x1024

 

สรุป

สิ่งที่ทำให้ Apple Watch น่าใช้ก็คือดีไซน์ที่สวยน่าใช้กว่าเจ้าอื่น, Apple Pay, และแอปต่างๆ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต ส่วนเรื่องที่แอปเปิลต้องกลับไปทำการบ้านใหม่ก็คือเรื่องฟิตเนส มันดูยังไม่ค่อยตอบโจทย์ซักเท่าไหร่ บวกกับแบตเตอรี่ที่ให้มาโคตรจะน้อย

 

และถามว่าจะซื้อมั้ย?

ตอบเลยว่า “ไม่” ถึงมันจะสวยดูดี มีสไตล์ มีความไฮโซ น่ามีไว้เป็นเจ้าของก็ตาม เพราะตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะซื้อ Apple Watch มาใช้ทำอะไร เพราะทุกอย่างตอนนี้ iPhone ก็ทำได้ทั้งหมด มันไม่คุ้มเลยกับการที่ซื้อ Apple Watch มาในราคาหมื่นกว่าบาทเนี่ย แถม Apple Pay ก็ยังใช้ในไทยไม่ได้อีก  และต้องมานั่งชาร์จแบตทุกวันอีก ไม่เอาด้วยคนอ่ะ อย่างไรก็ดีเราต้องคอยดูกันยาวๆ รอดูซักรุ่น 3-4 เหมือน iPad นั่นแหละ ว่านักพัฒนาจะสร้างสรรค์แอปให้ Apple Watch น่าใช้มากขึ้นเพียงใด…

ปล. อันนี้เป็น คหสต. (ความเห็นส่วนตัว) ล้วนๆ ไม่ได้ห้ามใครให้ซื้อ ถ้าอยากได้มาลองเล่น และที่บ้านรวยมาก เงินเหลือ ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ก็ซื้อๆ ไปเถอะ เอามาอวดเพื่อนๆ วันที่ 24 เมษายน เปิดขายใช่ม่ะ เดี๋ยววันที่ 25 Apple MBK Store ก็มีขายแล้ว 5555+ เราอาจจะได้เห็น Apple Watch รุ่นถูกสุดราคา 4-5 หมื่นก็เป็นได้

 

Share This Post

มาร์คครับ เพื่อนชอบถามเรื่องทางเทคนิคพวกนี้ เรารู้ก็บอกไป นานเข้าก็มีคนถามเยอะขึ้น เฮียชัยมันเลยยุให้เปิดเว็บกัน เอาก็เอาวะ ทำด้วยความมันส์ส่วนตัว อาจจะถูกบ้างผิดบ้างใครเห็นก็ช่วยคอมเมนท์แก้ได้เลยนะครับ เป็นคนปากจัดบ้างบางเวลา ถ้าทรูมาเห็นอย่าฟ้องผมนะ อิอิ ถือเป็นอีกเสียงของผู้บริโภคนะครับบบ